ขออัญเชิญ ส.ค.ส.พระราชทานและพรปีใหม่จากในหลวง รัชกาลที่ 9 เพื่อความเป็นสิริมงคล ขอจงทรงพระเจริญ



เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.วันที่ 31 ธันวาคม 2551 สถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ได้แพร่ภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัส พระราชทานพรปีใหม่ 2552 แก่พสกนิกรชาวไทย จากวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ดังนี้ “ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ เป็นเวลาที่เราควรจะระลึกถึงกันและอวยพรแก่กันด้วยความปรารถนาดี ก่อนอื่นข้าพเจ้าต้องขอขอบใจทุกท่านเป็นอย่างมากที่ร่วมกันจัดงานพระศพพี่สาวข้าพเจ้าอย่างยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติ ทั้งอุตสาหะมาร่วมในงานเมื่อเดือนพฤศจิกายน ด้วยใจภักดี และระลึกถึง กับขอส่งความปรารถนาดีมาอวยพรแก่ท่านทุกๆ คน ให้มีความสุขความเจริญ ความสุขความเจริญนี้ คือสิ่งที่พึงปรารถนาอย่างยิ่งของคนเรา แต่ความสุขความเจริญนั้นจะสำเร็จผลเป็นจริงได้ ก็ด้วยการที่ทุกคนตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท มีสติ รู้ตัว และปฏิญญา รู้คิด กำกับอยู่ตลอดเวลา กล่าวคือ ไม่ว่าจะประพฤติปฏิบัติการใด ก็ใช้สติ ปัญญา พิจารณา ไตร่ตรองจนถ้วนถี่ ให้เห็นกระจ่างถึงผลดี ผลเสีย ทั้งใจ กาย ทุกแง่ทุกมุม ความรู้ ความเข้าใจชัด ถึงผลดี ผลเสีย ย่อมจะทำให้แต่ละคนเล็งเห็นแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องว่าสิ่งใดควรละเว้น และสิ่งใดควรปฏิบัติ เพื่อให้บังเกิดผลเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง และยั่งยืน ทั้งแก่ส่วนตัวและส่วนรวม ในปีใหม่นี้ จึงขอให้ประชาชนชาวไทยได้ตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท จะคิด จะทำสิ่งใด ให้คิดหน้าคิดหลังให้ดี ให้รอบคอบ ทำให้ดี ให้ถูกต้อง ผลของการคิดดี ทำดีนั้น จะได้ส่งเสริมให้แต่ละคนประสบแต่ความสุข ความเจริญ และทำให้ชาติบ้านเมืองมีความเรียบร้อย และอยู่เย็นเป็นสุข ดังที่ทุกคน ทุกฝ่าย ตั้งใจปรารถนา ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยเราเคารพบูชา จงอภิบาลรักษาท่านทุกคน ให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากโรค ปราศจากภัย ให้มีความสุขกาย สุขใจ และความสำเร็จ สมหวัง ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน”
Click ที่นี่ เพื่อดู ส.ค.ส.พระราชทานจากในหลวง ปี พ.ศ.2530-2552 
Click ที่นี่ เพื่อฟัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพรปีใหม่ แก่พสกนิกรชาวไทย พ.ศ.2552 





แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ GIS Technology แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ GIS Technology แสดงบทความทั้งหมด

17 กันยายน, 2552

สารคดีชุด ดาวเทียม THEOS ในรายการ Business Smart เวลา 11:30-12:00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ NBT

ติดตามชมสารคดีชุด ดาวเทียม THEOS

ออกอากาศในรายการ Business Smart

เวลา 11:30-12:00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ NBT

ตอน

วันที่ออกอากาศ

ตอนที่ 1 ดาวเทียมTHEOS

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2552

ตอนที่ 2 การบริการข้อมูลดาวเทียมTHEOS

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2552

ตอนที่ 3 การบริการข้อมูลดาวเทียมTHEOS ในประเทศ

วันอังคารที่ 22 กันยายน 2552

ตอนที่ 4 การประยุกต์ข้อมูลดาวเทียม THEOS ด้านการเกษตร

วันพุธที่ 23 กันยายน 2552

ตอนที่ 5 การประยุกต์ข้อมูลดาวเทียม THEOS ด้านป่าไม้ และทรัพยากรน้ำ

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2552

ตอนที่ 6 การประยุกต์ข้อมูลดาวเทียม THEOS ด้านภัยพิบัติ และความมั่นคง

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2552

ที่มา : จดหมายข่าวจาก สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สทอภ. GISTDA

15 กันยายน, 2552

กระทรวง ไอซีที ระดมความคิดเห็น สร้าง “นักภูมิสารสนเทศ” ภาครัฐ

กระทรวง ไอซีที ระดมความคิดเห็น สร้าง “นักภูมิสารสนเทศ” ภาครัฐ Click เพื่อดูรายละเอียด น่าสนใจมากสำหรับท่านที่เรียนทางด้าน GIS

24 สิงหาคม, 2552

Third International Conference on Health GIS 2009

Third International Conference on Health GIS 2009


ดร.แก้ว นวลฉวี GIS Part 13

ดร.โกสุม จันทร์ศิริ GIS Part 11

สามารถชมและฟังรายละเอียดได้ตาม Part ต่างๆ ด้านล่าง

Day 25-July-2009

GIS Part1

GIS Part 2

GIS Part 3

GIS Part 4

GIS Part 5

GIS Part 6

GIS Part 7

Day 26-July-2009

GIS Part 8

GIS Part 9

GIS Part 10

GIS Part 11

GIS Part 12

GIS Part 13

GIS Part 14


25 พฤษภาคม, 2552

การแบ่ง Zone ประเทศไทยในระบบ UTM


UTM Zone ในประเทศไทย


ระบบ Universal Transverse Mercators : UTM หรือระบบพิกัดฉาก ขอบเขตครอบคลุมพื้นที่
ทั้งหมดบนโลก ระหว่าง Latitude  84 องศาเหนือ และ Latitude  84 องศาใต้ มีหน่วยในการวัดเป็นเมตรพื้นที่โซนจะแบ่งตามระยะองศา Latitude เรียกว่า Zone

การแบ่ง Zone ในระบบ UTM
พื้นที่โลกจะถูกแบ่งออกเป็น 60 โซน ตามองศา Longitude ในแต่ละโซนจะมีระยะห่างโซนละ 
6 องศาLatitude จะเท่ากับ 600,000 เมตร หรือ 600 กิโลเมตร  โซนที่ 1 จะอยู่ระหว่าง   Longitude ที่ 180 องศาตะวันตก ถึง Longitude ที่ 174 องศาตะวันตก และมีเมอร์ริเดียนกลาง (CM) คือเส้น Longitude ที่ 177 องศาตะวันตก  ค่าความผิดพลาดไปทางทิศตะวันออก(False easting) เท่ากับ 500,000 เมตร ซึ่งค่า False easting นี้จะเท่ากันทุกโซน  โซนที่ 2,3,4,5....,60 จะอยู่ถัดไปทางตะวันออก ห่างกันโซนละ 6 องศา Longitude ซึ่งโซนสุดท้ายคือโซนที่ 60 จะอยู่ระหว่าง   Longitude ที่ 174 องศาตะวันออก ถึง Longitude ที่ 180 องศาตะวันออก

UTM Zone ในประเทศไทย

ประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่ตั้งอยู่ในระหว่าง 2 โซน ได้แก่ Zone 47 และ Zone 48 
- Zone 47 จะเริ่มต้นที่ Longitude ที่ 96 องศาตะวันออก และสิ้นสุดที่ Longitude ที่ 102 องศาตะวันออก มีเมอร์ริเดียนกลาง (CM) Longitude ที่ 99 องศาตะวันออก ค่าความผิดพลาดไปทาง
ทิศตะวันออก(False easting) เท่ากับ 500,000 เมตร 
- Zone 48 จะเริ่มต้นที่ Longitude ที่ 102 องศาตะวันออก และสิ้นสุดที่ Longitude ที่ 108 องศาตะวันออก มีเมอร์ริเดียนกลาง (CM) Longitude ที่ 105 องศาตะวันออก ค่าความผิดพลาดไปทาง
ทิศตะวันออก(False easting) เท่ากับ 500,000 เมตร 

พื้นที่ Zone 47 และ Zone 48

จังหวัดที่อยู่ระหว่างโซน 47 และโซน 48

จังหวัดที่อยู่ระหว่างโซน 47 และโซน 48

1.จันทบุรี
2.ปราจีนบุรี
3.สระแก้ว
4.นครราชสีมา
5.ชัยภูมิ
6.ขอนแก่น
7.เลย
8.หนองบัวลำภู (บางส่วน)
9.นราธิวาส (บางส่วน)

การนำ่ค่าพิักัดจากรูปแบบของ dbf เข้าสู่เครื่อง GPS

23 พฤษภาคม, 2552

Map Projection

Click here to 

On-line Map Projection Tool Exercise

Click here to 
Map Projection Demo Overview

เว็บนี้น่าสนใจครับสำหรับท่านที่ต้องการดูรายละเอียดเกี่ยวกับระบบเส้นโครงแ ผนที่ ชนิดต่างๆ    

11 ธันวาคม, 2551

Thailand Map Datum (พื้นหลักฐานอ้างอิง)




พื้นหลักฐาน Indian1975

ปี พ.ศ.2518 องค์การแผนที่ กระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา (Defense Mapping Agency Hydrographic/Topographic Center : DMAHTC) ได้ทำการปรับแก้และย้ายศูนย์กำเนิดของพื้นหลักฐานจากเขากะเลียนเปอร์ ประเทศอินเดีย มาเป็นที่เขาสะแกกรัง จ.อุทัยธานี การปรับแก้ครั้งนี้ใช้เทคนิคการรังวัดจากดาวเทียมดอปเปลอร์จำนวน 9 สถานี ซึ่งตำแหน่งสัมพัทธ์ที่ได้จากการรังวัดดาวเทียมดอปเปลอร์ มีความถูกต้องสูงกว่าที่ได้จากงานโครงข่ายสามเหลี่ยม เป็นจุดควบคุมโครงข่ายสามเหลี่ยมซึ่งประกอบด้วย จำนวนหมุดสามเหลี่ยมทั้งสิ้น 426 สถานี เรียกผลลัพธ์จากการปรับแก้โครงข่ายสามเหลี่ยมในครั้งนี้ว่า พื้นหลักฐาน Indian1975 มีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้ จุดศูนย์กำเนิดพื้นหลักฐาน เขาสะแกกรัง(หมุดสามเหลี่ยมหมายเลข91)

ละติจูด 15 o 22’ 56”.0487 เหนือ

ลองจิจูด 100 o 00’ 59”.1906 ตะวันออก

ความสูงเหนือพื้นยีออย -22.46 เมตร

รูปทรงรี เอเวอร์เรสท์ 1830

===============================================================

พื้นหลักฐาน Indian 1954

ปี พ.ศ.2495 รัฐบาลไทยได้ร่วมกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ในโครงการจัดทำแผนที่ภูมิประเทศ มาตราส่วน 1:50,000 จากรูปถ่ายทางอากาศ เพื่อเพิ่มความหนาแน่นของโครงข่ายให้เพียงพอ และทำให้ค่าพิกัดยีออเดซีในประเทศไทยมีความน่าเชื่อถือ ดังนั้นประเทศไทยจึงทำการรังวัดขยายโครงข่ายสามเหลี่ยม โดยมีหน่วยงานบริการแผนที่กองทัพบกสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ดำเนินการคำนวณปรับแก้ใหม่ทั้งหมด โดยใช้หมุดสามเหลี่ยมบริเวณชายแดนไทย-พม่า จำนวน 10 หมุด เป็นหมุดควบคุมโครงข่าย และถือว่าหมุดควบคุมเหล่านี้ไม่มีความคลาดเคลื่อน ค่าพิกัดของหมุดควบคุมโครงข่ายดังกล่าวได้จากผลการปรับแก้ในปี พ.ศ.2459 บนพื้นหลักฐาน Indian1916 การคำนวณปรับแก้แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2497 จึงเรียกผลลัพธ์ที่ได้จากการปรับแก้ครั้งนี้ว่า พื้นหลักฐาน Indian1954 มีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้
จุดศูนย์กำเนิดพื้นหลักฐาน เขากะเลียนเปอร์ ประเทศอินเดีย


ละติจูด 24 o 07’ 11”.26 เหนือ

ลองจิจูด 77 o 39’ 11”.57 ตะวันออก

อะซิมุทแรกออกจากใต้ เขากะเลียนเปอร์ – สุรันตัล 190 o 27’ 05”.10

รูปทรงรี เอเวอร์เรสท์ 1830


===============================================================

พื้นหลักฐานราชบุรี

โครงข่ายทางยีออเดซีของประเทศไทยได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องมาตลอดตั้งแต่ในอดีต นับตั้งแต่ประเทศอินเดียได้กำหนดจุดศูนย์กำเนิดของรูปทรงรีเอเวอร์เรสท์ 1830 ที่ภูเขากะเลียนเปอร์ รังวัดขยายโครงข่ายสามเหลี่ยมชั้นที่หนึ่งออกไปทั่วภูมิภาค ผ่านประเทศพม่าจนถึงเขตแดนไทยที่ เขาหลวง จ.ราชบุรี และปรับแก้แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2442 ต่อมาในปี พ.ศ.2450 กรมแผนที่ไทยในสมัยนั้น ได้รังวัดโครงข่ายงานสามเหลี่ยมชั้นที่หนึ่ง เชื่อมโยงกับหมุดหลักฐานที่เขาหลวง และทำการรังวัดเส้นฐานราชบุรี พร้อมกับการรังวัดอะซิมุทดาราศาสตร์ จากเขาแง้มไปเขางู เพื่อใช้เป็นสถานีแรกออกในการรังวัดขยายโครงข่ายออกไปทั่วประเทศ ประเทศไทยมีโครงข่ายควบคุมทางราบเป็นโครงข่ายแรกอ้างอิงกับพื้นหลักฐานราชบุรี โดยมีค่าพิกัดแรกออกที่ เขาหลวง จ.ราชบุรี ดังนี้

ละติจูด 13o 43’ 30”.34 เหนือ

ลองจิจูด 99 o 32’ 22”.94 ตะวันออก

อะซิมุทจากใต้ เขาแง้ม – เขางู 179 o 44’ 34”.308

รูปทรงรี เอเวอร์เรสท์ 1830

(a = 6377276.345 เมตร , f = 1/300.8017)

===============================================================

พื้นหลักฐาน Indian 1916

ปี พ.ศ.2459 หน่วยบริการแผนที่ กองทัพบก สหรัฐอเมริกา (US Army Map Service) ได้มอบหมายให้หน่วยงาน US. Coast and Geodetic Survey ทำการคำนวณปรับแก้โครงข่ายสามเหลี่ยมในประเทศอินเดียและพม่าใหม่ โดยใช้ข้อมูลเดิมที่มีอยู่และข้อมูลใหม่จากการวัดดาราศาสตร์และเส้นฐานเพิ่มเติม ทำให้ค่าพิกัดของจุดศูนย์กำเนิดที่เขากะเลียนเปอร์ มีการเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นค่าพิกัดที่เขาหลวงจึงเปลี่ยนแปลงตาม เรียกผลลัพธ์ของการคำนวณปรับแก้ครั้งนี้ว่า พื้นหลักฐาน Indian 1916 ค่าพิกัดเขาหลวงที่เปลี่ยนแปลงเป็นดังนี้คือ

ละติจูด 13o 43’ 28”.690 เหนือ

ลองจิจูด 99o 32’ 21”.520 ตะวันออก

===============================================================

ที่มา : กองยีออเดซี่ และ ยีออฟิสิกส์ กรมแผนที่ทหาร
http://www.rtsd.mi.th/information/download/geodasy.htm

11 พฤศจิกายน, 2551

เทคโนโลยีระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์


Geographic Information System (GIS)
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์

ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS)
หมายถึง เครื่องมือที่ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ Hardware Software ใช้ จัดเก็บ ปรับแก้ ประมวลผล วิเคราะห์ แสดงผล และจำลองข้อมูลทางด้านพื้นที่จากพื้นที่จริงมาอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ โดยข้อมูลเชิงพื้นที่ต่างๆ จะต้องมีค่าพิกัดอ้างอิงทางภูมิศาสตร์ และนำข้อมูลที่ได้นั้นมาทำการวิเคราะห์ ประมาลผลเพื่อหาคำตอบประกอบการตัดสินใจ ในการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวกับพื้นที่ ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ
แสดงการจัดการสารสนเทศภูมิศาสตร์ด้วยระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) เปรียบเทียบกับแผนที่กระดาษ

gis compare

gis concept
GIS pyramid
องค์ประกอบของ GIS
5_gis_s
1.Hardware
2.Software
3.Data/Information
4.User/People
5.Method/Process
ประเภทของข้อมูล GIS
1.ข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial Data)
คือ ข้อมูลซึ่งสามารถอธิบายถึงสิ่งต่างๆ ที่ปรากฏอยู่หรือข้อมูลที่แสดงลักษณะทางด้านกายภาพ ของสิ่งต่างๆ ณ ตำแหน่ง และช่วงเวลาที่สามารถระบุได้แน่นอนหรือเป็นข้อมูลที่มีการอ้างอิงพิกัด ภูมิศาสตร์ (Geographic Coordinate)
2.ข้อมูลเชิงบรรยาย (Attribute Data)
คือ ข้อมูลที่อธิบายลักษณะหรือรายละเอียดเฉพาะของข้อมูลเชิงพื้นที่ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวนั้น อาจได้มาจากการรวบรวมเอกสาร รายงาน จากการสำรวจและการบันทึก
รูปแบบของข้อมูลเชิงพื้นที่
แบ่งได้ 2 รูปแบบ คือ
1.Vector คือ ข้อมูลเชิงเส้น
ข้อมูล Vector แบ่งได้ 3 ลักษณะ
Point ข้อมูลที่แทนด้วยจุด เช่น ที่ตั้งของสถานที่สำคัญต่างๆ โรงเรียน วัด โรงพยาบาล วัดพื้นที่ไม่ได้
point
Line ข้อมูลที่แทนด้วยเส้น เช่น เส้นถนน ทางน้ำ แนวสายส่งศักย์สูง สามารถวัดความยาวได้
line
Polygon/Area ข้อมูลที่แทนด้วยพื้นที่หรือรูปปิด เช่น ขอบเขตการปกครอง การใช้ประโยชน์ที่ดิน กลุ่มชุดดิน สามารถวัดพื้นที่
และเส้นรอบรูปได้
polygon
2.Raster คือ ข้อมูลภาพ
ข้อมูลที่มีลักษณะเป็น Grid ซึ่ง Grid ก็จะมีรูปแบบเป็นตารางสี่เหลี่ยมเล็กๆ เรียกว่า Pixel/Cell ที่มีขนาดเท่ากัน และต่อเนื่อง รวมไปถึงสามารถอ้างอิงพิกัดทางภูมิศาสตร์ได้ ขนาดหรือความละเอียด(Resolution) ของ Grid นั้น จะเล็กหรือใหญ่ขึ้นอยู่กับการจัดแบ่งจำนวนแถวและคอลัมน์ เช่น ภาพถ่ายทางอากาศ ภาพถ่ายจากดาวเทียม
Raster
ภาพถ่ายจากดาวเทียม LANDSAT 7
ตัวอย่างข้อมูล Raster

landsat7

Landsat 7

ikonos

Ikonos

quickbird

Quickbird
หน้าที่ของ GIS
1. การจัดเก็บรวบรวมข้อมูล (Data Capture)
2. การเก็บบันทึกและเรียกค้นข้อมูล (Data Storage and Retrieval)
3. การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis)
4. การวิเคราะห์/ประมวลข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial Operation on Data)
5. การแสดงผลข้อมูล (Data Display)

ที่มา : http://www.envi.psu.ac.th/gis/gis/gis_index.htm
ประโยชน์ที่ได้รับจาก GIS
1. เพิ่มความสามารถในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
2. การประมวลและวิเคราะห์ข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น สามารถเชื่อมโยงข้อมูลด้านสังคมเศรษฐกิจ การซ้อนทับของข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial Overlay)
3. สามารถสร้างแบบจำลอง (Model) ทดสอบและเปรียบเทียบทางเลือกก่อนที่จะมีการนำเสนอยุทธวิธีในการปฏิบัติจริง
4. การปรับปรุงแก้ไขข้อมูลให้ทันสมัยได้ง่าย
5. สามารถจัดการกับระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ได้
ความเข้าใจผิดบางประการเกี่ยวกับ GIS
1. GIS เป็นเสมือนเครื่องมือวิเศษด้านเทคโนโลยี สามารถแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้สำหรับทุกคน
2. เทคโนโลยีนี้สามารถเปลี่ยนข้อมูลคุณภาพเลวให้เป็นข้อมูลคุณภาพดีได้
3. ข้อมูลที่อยู่ในแผนที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นข้อมูลในรูป Digital ได้ง่าย
4. GIS มีความเชี่ยวชาญในวิทยาการเฉพาะด้าน ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในสาขาวิชาการนั้น ๆ ในการนำ GIS ไปใช้ เช่น การวางแผนการใช้ที่ดิน ผู้ใช้ GIS ไม่จำเป็นต้องรู้หลักการวางแผนหรือประเภทการใช้ที่ดินเลยก็ได้
5. การใช้ GIS ไม่จำเป็นต้องมีการฝึกอบรม หรือประสบการณ์
6. ปัญหาที่เกิดขึ้นในการใช้ GIS เป็นเรื่องของปัญหาทางด้านเทคนิค มากกว่าที่เป็นปัญหาทางด้านระบบ วิธีการ องค์กร และข้อมูล
7. การใช้ประโยชน์ของ GIS คล้ายกับงานด้านระบบสารสนเทศอื่น ๆ เช่น Land Resource Information System (LRIS), Natural Resource Information System (NRIS) ซึ่งแท้จริงแล้วสิ่งที่ใช้ร่วมกันในงานดังกล่าวคือ หลักการและเทคโนโลยี

Search to Get MONEY! FREE to Sign Up!

Health Geographic Information System - P.Weerasak © 2008. Template by Dicas Blogger.

TOPO